การทดลองเล็กๆ เรื่องค่าคีโตน จากแผ่นวัดจากปัสสาวะ เทียบกับ วัดจากเลือด และ ภูมิต้านทานคาร์โปไฮเดรตของผู้ทดลองเอง

จุดประสงค์ของการทดลอง: 

1. เพื่อต้องการทราบค่าคีโตนในกระแสเลือด จากเครื่องวัดค่าคีโตนรุ่น FreeStyle Optium Neo ที่จะได้ค่า beta hydroxybutyrate หน่วยเป็น mmol/L เทียบกับ แถบวัดคีโตนจากปัสสาวะยี้ห้อ Self-StIk ซึ่งจะวัดระดับของ acetoacetate ออกมาเป็นแถบสีได้

2. เพื่อทดสอบระดับ Carb tolerance ของตัวผู้ทดสอบ เนื่องจากได้ทาน ข้าวกล้อง ไรซ์เบอรรี่ ในวันที่ 13 ตค 2017 เวลาประมาณ 19:00 เข้าไปเป็นปริมาณ 150 กรัม ซึ่งมีจำนวน คาร์โปไฮเดรต 120 กรัม (ไฟเบอร์ 6 กรัม), ไขมัน 6 กรัม, โปรตีน 12 กรัม  

3. ผู้ทดสอบได้ทำการฟาสติ้งต่อเนื่องหลังจากมื้ออาหาร แล้วตรวจวัดค่าคีโตน จาก อุปกรณ์การตรวจดังกล่าวในข้อที่ 1 เพื่อเปรียบเทียบ

Advertisements

ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคไขมัน โดย Dr.Jeff Volek

Dr.Jeff Volek ได้บอกว่า เราควรกินไขมันในสัดส่วน ที่คล้ายๆกับ กรดไขมันที่อยู่ในตัวเรา (Fatty acid composition) ซึ่งจะมีสัดส่วน Polyunsaturated (PUFA) – 18%, Monounsaturated (MUFA) – 55%, and Saturated fats (SFA) – 27% PUFA ถือว่าเป็น Essential Fat ที่ร่างกายต้องการ แต่ปริโภคแค่ 1 ช้อนชาต่อวัน ก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญ ต้องมี โอเมก้า 3 ต่อ โอเมก้า 6 ที่เท่าๆกัน ส่วน MUFA และ SFA ก็ควรจะเป็นตามสัดส่วนที่กล่าวมาข้างต้น เพราะฉนั้น สามารถดูเทียบได้จากตารางของ น้ำมัน ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาได้เลย ถ้าสนใจเพิ่มเติม เข้าไปฟังได้เองที่

คีโต ออร์แกนิค คอฟฟี้

Keto Coffee approved by NuEnG KetoDaddy

คีโต ออร์แกนิค คอฟฟี้ ด้วยความร่วมมือจาก Tobo’ Coffee & Roaster ที่ทำการคั่วสดในสูตรเฉพาะตัวของ NuEnG KetoDaddy เพื่อให้เหมาะกับการดื่มแบบผสมกับเนย (สูตรคีโตคอฟฟี้) หรือ แม้ว่าจะดื่มสดๆก็ยังคงต้องได้รสชาติที่ชัดเจนของเมล็ดกาแฟที่เราสรรหามา และส่งให้ถึงมือลูกค้าได้ในวันถัดไป

ผลเลือดต่างๆ กับ การกินคีโตเจนนิคไดเอท และ การทำฟาสติ้ง

ก่อนที่ผมจะแจ้งผลเลือดให้ดู เราคงต้องมาคุยกันก่อนนิดนึงครับ ทุกคนในเพจนี้ก็คงจะทราบว่า การกินไขมันไม่ได้ทำให้อ้วน (ยกเว้นพวกเกิดมาเพื่อกิน), การกินแป้งน้ำตาลบ่อยและมากเกินไปทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายและส่งผลให้เป็นโรคร้าย อย่างเช่น เบาหวาน, มะเร็ง, ความดัน, โรคหัวใจ, อัลไซเมอร์, และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนั้นคำว่า อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ก็ไม่ใช้เรื่องจริงสำหรับมนุษย์ เพราะว่า จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องกินอาหารเมื่อตอนตื่นนอน อันนั้นเป็นพวกที่ติดแป้งน้ำตาล ที่เมื่อระดับกลูโคสตกลง สมองจะสั่งงานให้กินทันที การกินคีโต เป็นการปรับร่างกายตัวเองให้สามารถ ใช้พลังงานจากไขมันมาแทนการใช้กลูโคส เราจึงไม่มีอาการหิวบ่อยๆ คราวนี้มาถึงเรื่องผลเลือด ผมไม่แน่ใจว่าใครบ้างได้ตรวจผลเลือดเก็บไว้บ้าง สิ่งที่เราถูกสอนมาตลอด และ ผมเชื่อว่าบุคคลากรทางการแพทย์เกือนจะทุกคน จะบอกว่า ถ้าคุณมี คอลเลตเตอรอล กับ LDL-C สูง คุณจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจอุดตัน ต้องกดกินของมัน ของทอด ไขมันสัตว์ ไข่แดง เอ้า… พวกนี้นี้มันเป็นอาหารหลักของพวกเราเลยนะ งั้นกินคีโต มันเป็นหนทางสู่ความหายนะสิ ความเชื่อที่ว่า คอลเลสเตอรอลสูง และ LDL-C สูงจะทำให้เกิดโรคร้าย ได้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าไม่จริง ค่าทั้งสองนี้ ไม่ได้มีความแปรผันโดยตรงกับการเกิดโรคดังกล่าว FAT (ไขมัน)…

Lipolysis : ที่มา Wikipedia

ที่มา: Wikipedia Lipolysis /lᵻˈpɒlᵻsɪs/ is the breakdown of lipids and involves hydrolysis of triglycerides into glycerol and free fatty acids. The following hormones induce lipolysis[citation needed]: glucagon, epinephrine, norepinephrine, ghrelin, growth hormone, testosterone, and cortisol. These trigger 7TM receptors (G protein-coupled receptors), which activate adenylate cyclase. This results in increased production of cAMP, which activates protein kinase A, which subsequently activates lipases found in adipose tissue. Illustration of the process of lipolysis (in a fat cell) induced by high epinephrine and low insulin levels…

SKD, TKD, และ CKD คืออะไร?

ที่มา : Ketogains FAQ

Disclaimer: ผู้เขียนได้แปลข้อมูลโดยเอาเฉพาะเนื้อหาใจความสำคัญมาจาก ที่มา ที่อ้างอิงในบทความนี้ โดยที่ไม่ได้มีการเสริมแต่งเพิ่มเติมให้ผิดเพี้ยนไปจากบทความดั้งเดิมแต่อย่างใด ถ้าผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในเนื้อหาในเชิงลึก หรือ ต้องจะศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง สามารถกดจากลิ๊งค์ที่ทำไว้ให้ได้ครับ 

Breaking your fast – วิธีการเบรคฟาส

นการออกจากการที่เราทำฟาสติ้งในช่วงเวลาที่ยาวกว่า 24 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ยิ่งเวลาการทำฟาสติ้งยาวเท่าไหร่ การออกจากฟาสติ้งก็จะสำคัญมากเท่านั้น

สิ่งที่บ่งบอกว่าเราเข้าสู่ คีโตสีส โหมด (Ketosis)

คีโคสีส โหมด (Ketosis) เป็นภาวะที่ร่างกายสามารถใช้ไขมันเป็นพลังงาน โดยที่ตับอ่อนสามารถผลิตคีโตน (Ketone) ได้จาก กรดไขมัน (Fatty acid) ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารที่อยู่ในรูปของไขมันที่เรากินเข้า หรือ ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย เพื่อเอาไปใช้เป็นพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เซลต่างๆ รวมถึงเซลสมอง คีโตน (Ketone) จัดว่าเป็นพลังงานที่สมอง สามารถนำไปใช้ได้ดี และ สะอาดกว่าการใช้กลูโคส เพราะฉะนั้น การที่เราเข้าสู่โหมด คีโตสีส เราจะมีสมาธิในการคิดหรือทำงาน (Mental focus) มากขึ้น เมื่อสมองเราสามารถใช้คีโตนเป็นพลังงานได้แล้ว จะถือว่าเราเข้าสู่โหมดคีโตสิส โดยสมบูรณ์ ซึ่งการที่ร่างกายเราจะสร้างคีโตนได้นั้น สามารถเกิดขึ้นได้จาก การทำฟาสติ้ง หรือ การจำกัดการบริโภคอาหารให้อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด การกินคีโตเจนนิคไดเอท ที่มีการจำกัดการกินแป้งและน้ำตาล ซึ่งสารอาหารประเภทนี้จะถูกเก็บไว้ในรูปของไกลโคเจนในร่างกายและในตับ เมื่อเราจำกัดการกิน คาร์ปโบไฮเดต พอถึงจุดๆนึงร่างกายก็จะผลิดคีโดนเพื่อใช้เป็นพลังงานแทน การอดอาหารไปเลย หรือ Starvation การออกกำลังกายเป็นระยะเวลานานๆ (Prolong) หรือ แบบเข้มข้น (Intensive) Ketone bodies are…