Fasting diary – 7 days extended fasting

* คำเตือนสำหรับคนที่จะทำ Long fasting ที่มากกว่า 24 ชั่วโมง อาจจะต้องลองฝึกทำ Intermittent fasting มาก่อน, เด็ก และ สตรีมีครรภ์ไม่ควรทำ, คนที่สุขภาพไม่ดี ไม่ควรทำ หรือ ทำได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ การทำ Long fasting อาจทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าทำอย่างไม่ถูกวิธี โปรดศึกษาให้ดีๆก่อนจะเริ่มปฏิบัติครับ

การเริ่มทำฟาสติ้งรอบใหม่นี้ ตั้งใจว่าจะทำ Long fasting อีกครั้ง หลังจากที่เคยทำ 3 days ฟาสติ้ง มาแล้วเมื่อปลายปี 2016 นี้ก็เกือบจะครบ 6 เดือนพอดี ผมรู้จักและฝึกการทำฟาสติ้งมาตั้งแต่ปี 2012 คือประมาณ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นศึกษาและลองทำ วิธีการที่เรียกว่า Fast-5 คือการกำหนดช่วงเวลาการกินให้อยู่ใน 5 ชั่วโมง ฟาสเป็นเวลา 19 ชั่วโมง… ตอนนั้นจำได้ว่าต้องใช้เวลาในการฝึกตัวเองให้ทำ Fast-5 ต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์ที่เดียวเพราะเราติดกับการกินอาหาร เช้า กลางวัน เย็น แถมด้วยขนมของว่างระหว่างมื้อ บางทีก็ยังมีสแน็กค์ก่อนนอนอีกด้วย (ตอนนั้นยังไม่รู้จักคีโตเจนนิค ไดเอท) จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมได้นำการทำฟาสติ้งเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันเสมอมา

ในครั้งนี้ก็อยากจะทำเป็น Fasting diary เพื่อช่วยบันทึกความจำ โดยจะเข้ามาอัพเดชจนกว่าจะถึงวันที่ออกจากฟาสติ้ง เริ่มเลยนะครับ

3 กค 2017:

21:29: มองดูนาฬิกาเป็นเวลา 21:29 ซึ่งวันนี้ก็ตั้งใจไว้แล้วว่ากินมื้อสุดท้ายเสร็จก็อยากจะทำ Long fasting อีกครั้ง หลังจากการทำ 3 day fasting ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลที่อยากจะทำคือการ ดีท๊อกซ์ ตัวเอง และก็ยังเป็นความตั้งใจตั้งแต่ต้นปีว่าจะทำ ฟาสติ้งยาวๆ ให้ได้ปีละครั้งเป็นอย่างน้อย

4 กค 2017: ตื่นขึ้นมาชั่งน้ำหนักได้ 56.6 กก

9:00: ชิวๆเพราะปรกติก็จะทำฟาสติ้งทุกวันอยู่แล้ว วันนี้น่าจะผ่านได้ไม่ยาก วันนี้มาสัมมนาที่โรงแรมด้วย คงไม่ต้องเข้าไปกินกลางวันกับคนอื่นเค้า

13:30: ดื่มกาแฟดำไป 2 แก้ว ชาร้อน 1 แก้ว น้ำเปล่าใส่เกลือไป 2 ขวด เดินไปซื้อ เกลือหิมาลัยสีชมพูจากวิลล่ามาได้ 1 ขวด ลองดูซะเลย

19:00: ตอนแรกว่าจะกลับบ้านแล้วออกไปวิ่ง ฝนดันตกซะนี้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นพักผ่อนดูหนังแทน จัด ACV ใส่น้ำเปล่าผสมเกลือ ดื่มก่อนที่จะนอน วันนี้ง่วงมากๆ

5 กค 2017: ตื่นขึ้นมาชั่งน้ำหนักได้ 55.9 กก

6:00: เช้ามามีท้องร้องนิดหน่อย มีปวดหัวข้างในลึกๆนิดๆ นอนหลับสนิทยาวนานต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมง แต่งตัวไปทำงานตามปรกติ รถติดเหมือนเดิม

10:30: อาการปวดหัวหายไปแล้ว ได้ดื่มน้ำ ใส่เกลือ, กาแฟเย็น เหตุการณ์ปรกติ ถึงเวลานี้ก็ทำการฟาสมาได้ 37 ชั่วโมงแล้ว

12:00: ท้องร้องเยอะกว่าปรกติ ดื่มน้ำวนๆไปครับ นั่งทำงานไป เวลาเหลือเยอะเลย

16:20 ภรรยาเตรียม bone broth ไว้ให้ด้วยล่ะ ขอบคุณนะครับ จุ๊บๆ

17:53 กลับถึงบ้านเร็วเพราะวันนี้มีนัด Live สด แต่รู้สึกเหมือนอยากจะไปวิ่ง เลยจัดไปเบาๆ แรงก็ยังมีนะครับ (หลังจากฟาสไปแล้ว 43 ชม) แต่ก็ไม่โหมมาก ธรรมดาต้องวิ่ง 5 กิโล วันนี้เลยจัดไปแค่ 3.5 กิโลพอ…. ก่อนนอนคงจะลอง bone broth ที่ภรรยาทำไว้ให้สักแก้ว น่ารักจริงๆเลย (น้ำหนักก่อนวิ่ง 55.9 หลังวิ่งเสร็จ 55.2 จะเห็นได้ว่าร่างกายเราอุ้มน้ำได้เยอะนะครับ)

img_6218

21:29 ตอนนี้ฟาสติ้งมาครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เพิ่งทำ Live สดในเพจ NuEnG KetoDaddy เสร็จเรียบร้อย ระหว่างการ Live ก็มีเครื่องดื่มคือ น้ำเปล่า, ACV ผสมน้ำ เกลือ, และ น้ำต้มกระดูก เพื่อเพิ่มวิตามินที่ร่างกายต้องการแต่ไม่มีแคลลอรี่ ไม่มีความรู้สึกหิวอะไรเลย สมองสั่งการดีมาก ไม่มีอาการง่วงเหมือนเมื่อวานครับ และขับถ่ายปรกติจนถึงวันนี้

6 กค 2017: น้ำหนักตอนตื่นนอน 55.1 กก

10:30 เมื่อคืนนี้ใช้เวลานอน 8 ชั่วโมง เข้านอนดึกนิดหน่อยเกือบเที่ยงคืน จริงๆแล้วตื่นมาก่อนทีนึงตอน 6 โมง แต่รู้สึกไม่ไหว ธรรมดานอน 6 ชม ก็สามารถลุกขึ้นได้นะ เลยเข้าใจว่าช่วงที่ร่างกายกำลังฟาสติ้ง มันจะคอยกำหนดเรื่องการใช้และเก็บสะสมพลังงานให้เราโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น อยากจะแนะนำว่า ถ้าจะทำฟาสติ้งระยะยาว ควรจะเผื่อเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าเราอยู่ในโหมด Stress (ความเครียด) เราอาจจะต้องออกจากการทำฟาสติ้ง ดัวนั้นถ้าจะทำ ควรเลือกช่วงเวลาที่เราไม่ต้องเครียดเรื่องงาน, ไม่ต้องเดินทางไกล, และมีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอนะครับ ส่วนวันนี้หลังจากตื่นมาไม่มีอาการหิวใดๆ ได้ดื่มน้ำและกาแฟไปอย่างละแก้วเรียบร้อย

22:25 ตอนนี้ผ่านจุด 72 ชั่วโมงไปแล้วครับ ลองตรวจค่าคีโตนจากเครื่อง FreeStyle Optium Neo ได้ค่า 3.1 mmol/dl ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าเป็นห่วงอะไร มันบ่งบอกว่า อยู่ใน zone ที่เรียกว่า starvation mode แน่นอน ก็เล่นไม่กินอะไรมา 72 ชั่วโมงนี้น่า…. อาการวันนี้เริ่มมีมึนหัวเล็กๆ ตอนลุกนั่ง แต่ก็ไม่ใช้ปัญหาใหญ่โต เป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอ เน้นดื่มน้ำผสมเกลือ ดื่มน้ำต้มกระดูก และ Apply cider vinegar เอาไว้ก็น่าจะไม่น่าห่วงเรื่องของอิเล็กโตไลด์ อาการหิวท้องร้องมีบ้างเมื่อตอนเย็นแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี อาการอยากอาหารมีบ้างเล็กน้อย แต่คิดๆว่าออกจากฟาสจะกินอะไรดี 555+

ถึงจุดนี้ได้ก็น่าพอใจครับ แต่คงฟาสต่อให้ถึงจุดที่ต้องการครับ สู้ๆ

ketone past 72 hours

7 กค 2017: น้ำหนักตอนตื่นนอน 55.0 กก

9:00 เมื่อคืนนี้นอนหลับไม่ค่อยดี ตื่นกลางดึก 2 ครั้ง แล้วก็ได้หลับยาว 8 ชั่วโมงอีกแล้ว แล้วก็มีความรู้สึกถึง Body part ต่างๆว่ามันกำลังมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ถึงตอนนี้ก็ฟาสได้ 84 ชั่วโมงแล้ว เช้านี้ก็สดชื่นดีนะ มีมึนๆหัวนิดหน่อย คิดว่าวันนี้อาจจะต้องทำอะไรช้าๆเบาๆไปก่อน เริ่มด้วยกาแฟร้อนตอนเช้า ท้องร้องนิดๆ มีความคิดถึงอาหารบ้างแต่ก็ไม่ได้ว่าจะต้องกินเดียวนี้ ยาวๆไปก่อนได้สบายครับ

19:30 วันนี้เป็นวันที่เพลียมากที่สุดแล้ว เวลาจะลุกจากการนั่ง ต้องค่อยๆลุกจริงๆ ไม่งั้นหน้ามืดครับ เลยรู้เลยว่าถ้ามีโรคความดัน หรือ กินยาลดความดันอยู่ จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ความรู้สึกตอนนี้ ถ้าถามเรื่องความหิวไม่มีนะ แต่เวลามองรูปอาหารก็จะมีความรู้สึกว่าอยากกินอยู่ น่าจะเป็นเรื่องปรกติของคนที่ไม่ได้กินอะไรเป็นเวลานานขนาดนี้ เค้าถึงเตือนว่า ตอนออกจากฟาสติ้ง ให้ค่อยๆกินมื้อเล็กๆเพื่อเตรียมระบบย่อยอาหารก่อน เพราะ คนส่วนมากที่ไม่ทราบ จะกินเยอะในทันที…

8 กค 2017: น้ำหนักช่างเมื่อเช้า 54.6 กก

9:00 ตกใจกับน้ำหนักที่ช่างตอนเช้า ไม่คิดว่ามันจะลงมาได้อีกนะ เพราะผมมี bodayfat ที่ต่ำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรครับอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะไปยังไงต่อ…. เมื่อคืนถือว่านอนหลับดีครับ ตื่นเต้นกับวันที่ 5 นะ แล้วก็ไม่ได้หิวอะไร แค่อยากดื่มกาแฟ

14:44 มานั่งรอลูกที่ห้าง ที่มีอาหารเยอะมาก มีคนมากมายกำลังวุ่นวายกับการหาของกิน แต่เราเองไม่ได้กินอะไรมา 5 วันแล้ว ทำให้คิดได้เลยว่า พวกเรากินเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน กันเนี้ย จริงๆแล้วเพื่อการดำรงชีวิต หรือ เค้าสอนให้กินมาแบบนี้ หรือ แค่ความอยากกิน ผมเดินผ่านแล้วก็มองอาหารที่ถูกนำมาขาย แล้วก็ดูจิตตัวเองว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้เห็นความอยากอยู่ในนั้น ผมชอบความรู้สึกนี้มากๆเลยครับ

21:54 ตอนนี้ก็เลย 120 ชั่วโมง หรือ 5 วันที่เป็น milestone แรกไปแล้วครับ อย่างที่บอกว่าวันนี้รู้สึกดีมาก ตอนนี้มองถึงเส้นชัยที่ 7 วันได้อย่างมั่นใจมากขึ้นว่าถึงแน่ จริงๆการทำฟาสติ้ง ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว เราต้องประเมินตัวเองให้ได้ ควรจะเริ่มฝึกจากน้อยไปหามากนะครับ

สิ่งที่ดื่มวันนี้ก็มี น้ำเปล่าใส่เกลือ กาแฟเย็น 2 แก้ว แล้วก็โซดาผสมมะนาวนิดหน่อยแล้วเกลือ 1 แก้ว

9 กค 2017: ไม่ได้ชั่งน้ำหนักตอนเช้า / กลับมาชั่งตอนเย็นก่อนไปวิ่งได้ 54.2 กก / หลังวิ่ง 53.5 กก

8:00 เมื่อคืนนอนเกือบเที่ยงคืน เหมือนจะไม่ง่วงแต่ก็หลับได้ดี มีตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตี 4 แล้วก็หิวน้ำ ปากแห้งนิดหน่อย ตื่นมาก็สดชื่นดีครับ วันนี้มีคิวไปเยี่ยมพ่อแม่ ว่าจะซื้ออาหารไปให้ท่านสักหน่อย

12:00 ไปซื้อบะหมี่เป็ด ส้มตำ คอหมูย่าง อ่อมหมู ขนมน้ำแข็งไส มาให้พ่อแม่และครอบครับกินกลางวัน ตัวเองก็ดื่มน้ำเกลือ ทำกาแฟสดแบบออร์เกนิคดื่ม วนๆไปครับ 5555 ไม่ได้หิวอะไรมากมาย ท้องร้องนิดหน่อย

18:00 ได้กลับถึงบ้านหลังจากออกไปตระเวนข้างนอกมา 2 วัน พอกลับมาชั่งน้ำหนักตัวเองได้ 54.2 ก็ถือว่าลงมานิดหน่อยจากครั้งสุดท้ายที่ชั่งน้ำหนัก ก็คิดว่าการเผาพลาญไขมันน่าจะยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นก็ออกไปวิ่งเบาๆ 3.7 กิโลเมตร แล้วกลับมาชั่งน้ำหนักตัวอีกครั้ง คราวนี้พบว่าลงไปเหลือ 53.5 กิโลกรัม โว้ว…. ตะลึงแล็กน้อย เพราะ นี้เป็นน้ำหนักที่น้อยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยครับ สภาพร่างกายก็ถือว่ายังใช้ได้ ออกไปวิ่งได้แต่ต้องเบาๆเลย วันนี้เวลาลุกนั่งก็ต้องระมัดระวังมาก ถ้าลุกเร็วก็จะเกิดอาการมึนหัวได้ง่าย

 

 

20:00 ลองใช้คีโตนมิเตอร์ ทดสอบค่าคีโตนอีกครับ พบว่าค่าคีโตนขึ้นสูงที่สุดที่เคยวัดมาคือ 5.9 mmol/dl ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่คาดเอาไว้ครับ ก็เลยลองทำรูปให้ดูง่ายๆตามนี้ เพื่อเป็นการอ้างอิงของการทำการทดลองด้วยตัวเองให้ครั้งนี้

21:40 จัด ACV ผสม น้ำโซดาเกลือ ดื่มสักแก้วก่อนที่จะไปอาบน้ำนอน ตอนนี้เหมือนน่าจะไปต่อได้อีกด้วยซ้ำนะครับ แต่ผมคิดว่าแค่ 7 วันก็เป็นอะไรที่ดีมากๆแล้วสำหรับผม ซึ่ง ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องของน้ำหนัก หรือ โรคร้ายใดๆ ถ้าใครมีปัญหาพวกนั้นก็คงจะทำฟาสที่ยาวกว่านี้ได้ แต่ ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือได้ทำการศึกษามาอย่างดีก่อนนะ อย่างที่เตือนไว้ข้างต้น การทำฟาสยาวอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ครับ

ketone july 9

พรุ่งนี้จริงๆมีอีกอย่างที่อยากจะทำ เอาไว้เฉลยพรุ่งนี้เนอะ…. แล้วผมก็เพิ่ง schedule Live สดเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทำ Long fasting ของผม ใน Facebook ด้วยนะ อย่าพลาดครับ

 10 กค 2017: น้ำหนักตอนตื่นนอน 52.9 กิโลกรัม

img_6296
7:00 นี้คือโมเมนต์ที่ surprise มากเลย แต่ก็นึกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละ ว่าตื่นนอนมาน้ำหนักน่าจะลงกว่า 53.5 ที่ชั่งได้เมื่อคืน จุดประสงค์หลักของการทำฟาสติ้งครั้งนี้คือการดีท๊อกซ์ตัวเอง มากกว่าทึ่จะลดไขมัน การทำฟาสติ้งที่มากกว่า 72 ชั่วโมงจริงๆแล้วเค้าไม่แนะนำให้คนที่ under weight หรือ มี bodyfat% น้อยกว่า 15% ทำด้วยซ้ำไปนะ แต่ผมแค่อยากได้ประโยชน์ของการ detoxify เลยไม่ได้คิดว่า bodyfat หรือ น้ำหนักตัวจะลงได้อีก มากมายนัก จากที่ได้ศึกษามา ไขมันที่หายไปจะมาจาก ไขมันสะสมที่อยู่บริเวณส่วนกลางของลำตัว หรือ ที่เรียกว่า Trunk area รวมถึงไขมันที่อยู่ในส่วนในของช่องท้อง (Visceral Fat) ซะเป็นส่วนใหญ่

8:00 วันนี้นัดกับภรรยา ไปทำการตรวจร่างกายกันที่โรงพยาบาลครับ เนื่องจากผมอยากจะทราบผลเลือดต่างๆที่เกิดขึ้น

10:00 รับผลเลือดและได้พูดคุยกับหมอ เป็นตามคาด เพราะ สิ่งที่เราได้ลองปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตัวเองมา มันไปกันคนละทิศละทางกับหมอเลยครับ มีคำพูดนึง หมอใช้คำว่าการแพทย์สมัยปัจจุบัน ผมก็เลยบอกหมอไปว่า ผมเรียกว่าการแพทย์สมับปัจจุบันของหมอ เป็นการแพทย์สมัยเก่าของผม แรงไปไหมเนี้ย?

ต่อไปนี้เป็นค่าเลือดของวันนี้ครับ ผมได้เขียนอธิบายเอาไว้ในบทความเรื่องค่าเลือดของผมไปแล้ว ไปหาอ่านได้ครับ

Blood work July 10 2017

Kerndt-study

 

 

ที่มารูป: https://www.shutterstock.com/image-photo/clear-drinking-water-bottle-on-white-215592511
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s